ฮาร์ดดิสก์

ฮาร์ดดิสก์ (hard disk) เป็นอุปกรณ์ในการเก็บข้อมูล ฮาร์ดดิสก์ที่ใช้กันในพีซี โดยทั่วไป คือ ฮาร์ดดิสก์ขนาด 3.5 นิ้ว สำหรับฮาร์ดดิสก์ที่มีขนาด 2.5 และ 1.8 นิ้ว นั้นนิยมใช้กับโน้ตบุ๊ก
การพิจารณาเลือกซื้อฮาร์ดดิสก์ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น การเชื่อมต่อ ความจุของข้อมูล และความเร็วรอบของฮาร์ดดิสก์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้ฮาร์ดดิสก์มีราคาแตกต่างกัน
ปัจจัยในการพิจารณาเลือกซื้อฮาร์ดดิสก์
1) การเชื่อมต่อ มาตรฐานการเชื่อมต่อของฮาร์ดดิสก์ที่ใช้งานอยู่บนพีซีในปัจจุบันใช้มาตรฐาน EIDE และ SATA ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเมนบอร์ดว่ารับรองการเชื่อมต่อแบบใด ตัวอย่างการเชื่อมต่อแบบ SATA และ EIDE

2) ความจุของข้อมูล มีหน่วยเป็นกิกะไบต์ (GB) หรือเทระไบต์ (TB) ซึ่งขนาดความจุข้อมูลของฮาร์ดดิสก์นั้นขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ใช้งาน
3) ความเร็วรอบ เป็นอัตราเร็วในการหมุนของฮาร์ดดิสก์เพื่อให้หัวอ่าน-เขียน เข้าถึงข้อมูลฮาร์ดดิสก์ที่มีความเร็วรอบสูงจะทำให้มีอัตราเร็วในการรับส่งข้อมูลสูง โดยทั่วไปฮาร์ดดิสก์ของพีซีจะมีความเร็วรอบอยู่ที่ 7,200 รอบต่อนาที (rpm)

เลือกซื้อแรม

ปัจจัยในการพิจารณาเลือกซื้อแรม
1) ประเภทของแรม ต้องพิจารณาเลือกซื้อให้ตรงกับสล็อตหน่วยความจำบนเมนบอร์ดแรมที่ใช้ในพีซี เช่น DDR , DDR2 และDDR 3 โดยแรมแต่ละชนิดจะมีตำแหน่งรอยบากที่แตกต่างกันดังรูป เพื่อให้สามารถเสียบแรมบนสล็อตได้ถูกต้อง
2) ความจุ ปัจจุบันแรมมีให้เลือกตั้งแต่ความจุ 256 MB ขึ้นไป เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานด้านกราฟิกหรือมัลติมีเดียระดับสูง จะใช้แรมที่มีความสูงขึ้นตามไปด้วย สำหรับครื่องคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันมักจะติดตั้งแรมความจุ 1 GB ขึ้นไป
บนเมนบอร์ดของคอมพิวเตอร์จะมีสล็อตสำหรับติดตั้งแรมมากกว่า 1 ช่อง ผู้ใช้สามารถติดตั้งแรมได้หลายตัว แต่ต้องเป็นชนิดเดียวกัน ตามที่สล็อตติดตั้งจะมีให้ โดยความจุแรมของพีซีจะเท่ากับผลรวมจากความจุของแรมทั้งหมด ตัวอย่างการติดตั้งแรมบนเมนบอร์ด
3) ความเร็วของแรม หมายถึง จำนวนครั้งที่สามารถอ่านเขียนข้อมูลได้ภายในหนึ่งวินาที โดยมีหน่วยวัดเป็นเมกะเฮิรตซ์ (MHz) เช่น DDR3 มีความเร็ว 1,333 MHz เป็นต้น ผู้ใช้งานต้องเลือกความเร็วของแรมให้สอดคล้องกับความเร็วบัสของเมนบอร์ดด้วย ตัวอย่างเช่น
ถ้าระบบบัสบนเมนบอร์ด เช่น (FSB) ทำงานด้วยความเร็ว 1,066 MHz แต่นำแรมที่มีความเร็ว 1,333 MHz มาใช้งานจะไม่สามารถทำงานที่ความเร็ว 1,333 MHz ได้ ตัวอย่างของระบบบัสบนเมนบอร์ดกับแรมเปรียบได้กับการที่รถวิ่งบนถนนเพื่อไปให้ถึงจุดหมาย

ในบางครั้งอาจใช้อัตราการถ่ายโอนข้อมูลในการจำแนกรุ่นของแรม เช่น PC2-5400 คือ แรมชนิด DDR2 -667 ที่มีค่าอัตราการถ่ายโอนข้อมูลประมาณ 5,400 MB/s หมายถึง ปริมาณข้อมูลที่จะรับส่งได้ภายในหนึ่งวินาที (คำนวณจาก 667 MHz x 8 ไบต์)สำหรับการเลือกแรม
ที่ใช้กับพีซีเพื่อให้ตรงกับวัตถุประสงค์ในการใช้งาน

ปลั๊กไฟสายพ่วง

การเลือกซื้อปลั๊กไฟสายพ่วง

เลือกซื้อปลั๊กไฟสายพ่วงที่มีคุณภาพและเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด โดยมีเครื่องหมายรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ส่วนประกอบของรางปลั๊กไฟสายพ่วงทั้งเต้าเสียบ เต้ารับ สายไฟ และรางปลั๊กไฟ ผลิตจากวัสดุที่มีคุณภาพ มีสวิตช์เปิด-ปิด และฟิวส์ช่วยตัดกระแสไฟฟ้าหากใช้ไฟฟ้าเกินขนาดที่กำหนด

สายไฟของชุดสายพ่วงต้องมีฉนวนหุ้ม 2 ชั้น รวมถึงเต้าเสียบและเต้ารับมีแรงดันไฟฟ้าที่กำหนดไม่เกิน 250 โวลต์ รวมถึงรางเต้ารับผลิตจากพลาสติกเอวีซี (AVC) ซึ่งเนื้อพลาสติกจะเนียนและทนต่อความร้อนได้ดีกว่าพลาสติกพีวีซี (PVC) จึงช่วยลดความเสี่ยงจากเพลิงไหม้กรณีเกิดความร้อนสูงที่ปลั๊กไฟสายพ่วง

การใช้งานปลั๊กไฟสายพ่วง

ใช้ปลั๊กไฟสายพ่วงด้วยความระมัดระวัง โดยปิดสวิตช์เครื่องใช้ไฟฟ้าก่อนเสียบปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้ากับ ปลั๊กไฟสายพ่วง เมื่อใช้งาน เต้าเสียบและเต้ารับต้องแน่นพอสมควรและไม่หลวมง่าย เพราะหากปลั๊กไฟหลวม แม้จะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ปริมาณไฟฟ้าน้อย ก็สามารถทำให้เกิดความร้อน จนเกิดประกายไฟลุกไหม้ได้

ไม่ใช้ปลั๊กไฟสายพ่วงเกินขนาดพิกัดกระแสไฟฟ้า โดยไม่เสียบปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชนิดพร้อมกัน หากใช้ปริมาณไฟฟ้ารวมกันเกินขนาดที่ปลั๊กไฟสายพ่วงกำหนด (16 แอมป์ หรือ 2,600 โวลต์) สายไฟจะเกิดความร้อนสูงจนละลาย ทำให้สายทองแดงที่อยู่ภายในสายไฟทั้งสองเส้นแตะกัน ส่งผลให้ไฟฟ้าลัดวงจรและเกิดเพลิงไหม้ได้

ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าออกจากปลั๊กไฟสายพ่วงทุกครั้งหลังใช้งาน พร้อมถอดเต้าเสียบของสายพ่วงออกจากปลั๊กที่ติดกับผนัง เพื่อตัดกระแสไฟฟ้าและป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร ทำให้เกิดเพลิงไหม้ได้

กรณีพบสิ่งผิดปกติขณะใช้งานปลั๊กไฟสายพ่วง เช่น สายไฟร้อน มีเสียงดัง เกิดประกายไฟ เป็นต้น ให้หยุดใช้งานทันที พร้อมปิดสวิตช์เครื่องใช้ไฟฟ้า สวิตช์ปลั๊กไฟสายพ่วง จากนั้นให้ถอดเต้าเสียบของปลั๊กไฟสายพ่วงที่ติดกับผนังออก เพื่อความปลอดภัย ไม่ควรนำปลั๊กไฟสายพ่วงที่ชำรุดมาใช้งานอย่างเด็ดขาด เพราะจะก่อให้เกิดอันตรายได้

ข้อควรระวังในการใช้งานปลั๊กไฟสายพ่วง

ไม่นำปลั๊กไฟสายพ่วงที่อยู่ในสภาพชำรุดมาใช้งานอย่างเด็ดขาด เช่น ฉนวนหุ้มสายไฟแตก สายไฟมีรอยซ่อมแซมหรือพันด้วยเทป เต้ารับและเต้าเสียบมีรอยไหม้ ขาปลั๊กเต้าเสียบหลอมละลาย เป็นต้น เพราะเสี่ยงต่อการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร และเป็นอันตรายต่อผู้ใช้งาน

ห้ามนำรางปลั๊กไฟสายพ่วงไปติดตั้งแบบถาวร หรือเดินสายไฟปลั๊กพ่วงติดกับผนังห้อง ฝ้าเพดาน ใต้พื้น และใต้พรม เพราะรางปลั๊กไฟถูกออกแบบสำหรับใช้งานชั่วคราว หากติดตั้งแบบถาวรจะชำรุดได้ง่ายและเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดเพลิงไหม้จากไฟฟ้าลัดวงจร

ไม่ใช้ปลั๊กไฟสายพ่วงกับเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องใช้กระแสไฟฟ้าตลอดเวลา เช่น ตู้เย็น เครื่องทำน้ำเย็น เป็นต้น ควรใช้ปลั๊กไฟแบบถาวรที่ติดกับผนัง รวมถึงไม่ใช้รางปลั๊กไฟสายพ่วงต่อพ่วงกันหลายชั้น เพื่อป้องกันสายไฟเกิดความร้อนสูง ทำให้กระแสไฟฟ้าลัดวงจร ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ได้

Adaptor

Adaptor คืออะไร?
Adaptor หรือ อแดปเตอร์ คือหม้อแปลงไฟฟ้า จากไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) ที่ใช้ทั่วๆ ไปตามบ้าน ที่มีความต่างศักย์ 220 โวลต์ ให้เป็นไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ที่มีความต่างศักย์ตำ่ลง เพื่อให้สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้ากับเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ หรือจ่ายไฟให้กับตัวกล้องวงจรปิดนั่นเอง
สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเมื่อเลือกใช้ Adaptor
กระแสไฟฟ้าที่จ่ายให้กับตัวกล้อง 12VDC 1A มีการจ่ายไฟเกินหรือไฟขาดหรือไม่ สามารถจ่ายไฟได้คุณภาพคงที่หรือไม่ เพราะปกติของกล้องวงจรปิด ถ้าเป็นกล้องของ AVTECH นั้น ส่วนใหญ่แล้วจะให้ค่าเพิ่มหรือลดได้ไม่เกิน 10% ค่าตัวเลขก็คือ ไม่ควรเกิน 13.1V และไม่ควรต่ำกว่า 10.8V
ความร้อนที่เกิดขั้นจากการใช้งาน
อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกอย่างมีความร้อน และตัวอแดปเตอร์ถ้าเป็นแบบคุณภาพต่ำ ตัว Case ของอแดปเตอร์ที่เป็นพลาสติก สามารถติดไฟได้ง่ายๆ เหมือนกัน ดังนั้นควรเลือกซื้ออแดปเตอร์จากแหล่งผลติที่ไวใจได้
มาตรฐานวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้
บางครั้งเราก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าอุปกรณ์ที่ใช้ข้างในเป็นแบบไหนบ้าง ของแท้หรือเปล่า หรือบางครั้งจากการที่ตรวจเช็ค และเดินดูตามท้องตลาด ตอนนี้มีการพัฒนาการ Cppy จะมีตั้งแต่ Copy เกรด A B C D และหน้าตาเหมือนกันเป๊ะ
ผ่านการตรวจสอบก่อนส่งลูกค้าหรือไม่
บางครั้งผู้ผลิตทำออกมาขายแล้วอาจจะไม่ได้ QC เพราะอาจจะเนื่องจากลดค่าแรง ลดเวลา ทำให้ราคาอแแดปเตอร์ถูกลง ซึ่งถ้าเกิดเสีย 1 ตัวก็ไม่คุ้มแล้วครับ

จานดาวเทียม

วิธีเลือกซื้อจานดาวเทียมอย่างเข้าใจ

จานดาวเทียม คือ วัตถุที่ทำด้วยโลหะ เหล็ก ไฟเบอร์ อลูมิเนียม ที่มีคุณสมบัติในการสะท้อนสัญญาณคลื่นไมโครเวฟที่ส่งมาจากนอกโลก โดยดาวเทียมเป็นผู้ส่งสัญญาณมา โดยดาวเทียมจะรับสัญญาณจากสถานีส่งสัญญาณดาวเทียมที่อยู่บนพื้นโลกมาก่อน
คนที่ติดจานดาวเทียม ก็ติดเืพื่อวัตถุประสงค์หลากหลาย เช่น รับ-ส่งข้อมูลต่างๆ หรือเพื่อรับภาพและเสียง หรือ ใช้แทนเสาทีวี

สิ่งที่ควรจะต้อง รู้คือ ท่านต้องรู้ความต้องการของท่านก่อนว่า ถ้าท่านจะติดจานดาวเทียม เพื่อมีวัตถุประสงค์เพื่อดูรายการอะไร ประเภทไหน ตัวอย่างเช่น

1.ติดตั้งจานดาวเทียมเพื่อรับชมช่องทีวีไทย 3 5 7 9 NBT Thai ชัด อาจจะเป็น จานดาวเทียมขนาดเล็กหรือจานดาวเทียม ขนาดใหญ่ก็ได้แล้วแต่ความชอบ
2.ติดตั้งจานดาวเทียม วัตถุประสงค์เพื่อรับชมช่องทีวีไทยชัดๆแล้วยังต้องการชมรายการ ASTV , สุวรรณภูมิ หรือ SpringNews อีกด้วย
3.ติดตั้งจานดาวเทียม เพื่อชมช่องรายการทีวีไทยชัด และยังต้องการ ช่องการ์ตูนสำหรับเด็กๆอีกด้วย
4.ติดตั้งจานดาวเทียม เพื่อรับชมช่องทีวีไทยชัด และ ยังสามารถสมัครแพคเกจรายการช่องเคเบิ้ลทีวีจากต่างประเทศ เมื่อต้องการ
5.ติดตั้งจานดาวเทียม เพื่อรับชมช่องเคเบิ้ลทีวีจากต่างประเทศ โดยไม่ต้องการช่องฟรีทีวีไทยเลย
6.ติดจานดาวเทียม เพื่อเน้นไปที่การรับชมช่องรายการกีฬามากที่สุด ไม่สนใจว่าระบบเสียงอาจเป็นภาษาไทยก็ได้ หรือภาษาอังกฤษก็ได้
7.ติดจานดาวเทียม เพื่อรับชมช่องฟรีทีวีไทย และช่องรายการทีวีทั่วโลกไม่เน้นช่องรายการใดๆ แต่ต้องการรับชมช่องทั่วโลก
8.ติด จานดาวเทียม เพื่อรับชมช่องทีวีของประเทศใดประเทศหนึ่งที่ต้องการชมเป็นหลัก

อุปกรณ์ป้องกันไฟกระโชก

คุณสมบัติที่ควรพิจารณาของอุปกรณ์ป้องกันไฟกระโชก?

- ขนาดพิกัดของอุปกรณ์ (Surge rating) kA คือความสามารถในการรองรับพลังงานส่วนเกินที่เข้ามาของสัญญาณไฟกระโชกในรูปแบบ Impulse (8/20us) ตามรูปคลื่นมาตรฐาน ANSI/IEEE C62.41-2002

- ความไวในการตอบสนอง (Response time) คือความไวในการทำงานของอุปกรณ์ป้องกัน ส่วนใหญ่อุปกรณ์ที่ใช้จะเป็นอุปกรณ์ประเภท MOV (Metal Oxide Varristor) ซึ่งจะมีความไวในการทำงานน้อยกว่า 25ns

- แรงดันปล่อยผ่าน (Let Through voltage) คือค่าแรงดันที่ปรากฎที่โหลดใช้งาน กล่าวคือลักษณะการทำงานของอุปกรณ์ป้องกันเมื่อมีสัญญาณไฟกระโชกเข้ามา ตัวอุปกรณ์ป้องกันจะทำงานโดยการตัดควบคุมแรงดันส่วนเกินผ่านตัวมันหรือเบี่ยงถ่ายลงดิน จากการทำงานนี้จะมีแรงดันส่วนที่หลงเหลือไปปรากฎที่โหลดใช้งาน ซึ่งเป็นแรงดันที่อยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ทำให้อุปกรณ์ใช้งานเสียหาย

อุปกรณ์ป้องกันแบบขนานจะมีค่า let through voltage ประมาณ 800-1.2kV

อุปกรณ์ป้องกันแบบอนุกรมจะมีค่า let through voltage ประมาณ 450-600V

กล้องวงจรปิด WVI009

กล้องวงจรปิด WVI009
กล้องวงจรปิด วาตาชิ

• 1/3” 2 Megapixel CMOS
• 25/30fps@1080P,
25/30/50/60fps@720P
• High speed long distance real-time transmission
• Full HD and standard definition switch
• OSD Menu control over coaxial cable
• Day/Night(ICR),AWB,AWB,BLC,3D-DNR
• 6 mm fixed lens (2.8 mm,3.6mm,8mm optional)
• Max. IR LEDs Length 20m,Smart IR
• IP66, DC12V

เครื่องบันทึก WVR033

เครื่องบันทึก WVR033
เครื่องบันทึกภาพกล้องวงจรปิด วาตาชิ

สนับสนุน HDCVI/Analog/IP สัญญาณขาเข้าวิดีโอ
ไฟล์ H.264 ประมวลผลภาพคู่
ทุกช่องบันทึกภาพแบบ 720P
ช่องต่อภาพวิดีโอผ่านพอร์ต HDMI และ VGA
16 ช่องเรียลไทม์ซิงโครการเล่นอินเตอร์เฟซ GRID และค้นหาสมาร์ท
ONVIF Version 2.4 conformance
การค้นหาตาแหน่งอย่างชาญฉลาด โดยทางานร่วมกับกล้องสปีดโดม
ฟังก์ชั่น web server, รองรับการดูภาพจากเครื่องบันทึกหลายเครื่องพร้อมกัน, DSS/ Smart-PSS และ DMSS

ไฟฉุกเฉิน

ขั้นตอนการใช้งานไฟฉุกเฉินที่ถูกต้อง

ก่อนใช้งานไฟฉุกเฉิน

1.ผู้ใช้ควรศึกษาคู่มือการใช้งานของไฟฉุกเฉินแต่ละยี่ห้อก่อนอันดับแรก

2.การติดตั้งไฟฉุกเฉิน ควรคำนึงถึงชนิดของแบตเตอรี่ของไฟฉุกเฉินนั้นๆเช่นถ้าแบตเตอรี่เป็น
แบบเติมน้ำกลั่น เราก็ควรจะติดตั้งบริเวณตามทางเดินหรือในที่โล่ง หรือในพื้นที่ที่มีการระบายอากาศเป็น
อย่างดีเพราะตลอดเวลาที่มีการประจุไฟฟ้าเข้าแบตเตอรี่จะมีไอตะกั่วระเหยออกมาซึ่งอาจก่อให้เกิด
อันตรายต่อระบบทางเดินหายใจได้ ถ้ามีความจำเป็นต้องนำไปติดตั้งในห้องที่มีอากาศถ่ายเทไม่เพียงพอ ในห้องที่มี
อากาศถ่ายเทไม่สะดวกหรือห้องที่เป็นระบบปิดควรติดตั้งไฟฉุกเฉินแบบชนิดแบตเตอรี่แห้ง

3.ควรให้แบตเตอรี่ของไฟฉุกเฉินมีการคายประจุไฟฟ้าจนหมดเพื่อยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่โดยเปิด

เครื่องทิ้งไว้ประมาณ 6 เดือนต่อครั้ง

แบตเตอรี่ไฟฉุกเฉินโดยทั่วไปจะมีอายุการใช้งานประมาณ 2 ปี ซึ่งพอหลังจาก 2 ปี ไปแล้ว แบตเตอรี่จะค่อยๆเสื่อมสภาพลง

เช่น เก็บไฟได้น้อยลง ชาร์จไฟไม่เข้า แบตเตอรี่ไฟฉุกเฉินปวม หรือมีคราบเกลือเกาะ เราจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ไฟฉุกเฉินใหม่

เพื่อให้ไฟฉุกเฉินนั้นมีประสิทธิภาพและพร้อมต่อการใช้งานมากที่สุด

ระบบเซ็นทรัลยูนิต(Central Unit) สำหรับไฟฉุกเฉิน SUNNY ที่ใช้กับหัวไฟ ชนิดต่างๆ

อุปกรณ์ไฟฟ้า ระบบไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉิน(Emergency Light System) เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับสำรองไฟฟ้าฉุกเฉินกรณีไฟดับกระทันหัน ไฟฟ้าฉุกเฉินก็จะทำงานทันที ไฟฉุกเฉินมีด้วยกันหลายยี่ห้อที่ใช้ตามบ้านพักอาศัยหรือตามโรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น

ตลาดน้ำหัวหิน

ตลาดน้ำหัวหิน มีร้านค้าหลากหลายสไตล์ให้คุณได้เพลิดเพลินกับการชอปปิ้งไม่รู้เบื่อ ทั้งเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า งานฝีมือเย็บปักถักร้อยสุดปราณีต ของที่ระลึกเก๋ๆ รวมไปถึงสินค้าไอเดียสุดสร้างสรรค์ ของแต่งบ้านที่ไม่ซ้ำแบบใคร ที่สำคัญตลาดน้ำหัวหิน กล้าการันตีความหลากหลายของสินค้า โดยสินค้าแต่ละชนิดไม่สามารถขายได้เกิน 2 ร้าน ชอปปิ้งจนเหนื่อย ได้เวลาพักเหนื่อยเติมพลังงานกับอาหารเลิศรสท่ามกลางบรรยากาศกลางน้ำแบบสบายๆ สะอาด และไม่แออัด ศูนย์อาหารของตลาดน้ำหัวหินขึ้นชื่อว่า “ตลาดน้ำ” ความอร่อยของเราไม่จัดอยู่แค่บนบกเท่านั้น เพราะบรรดาพ่อค้าแม่ค้าบนเรือยังมีเมนูเด็ดรอให้คุณมาชิมอีกมากมาย

มาถึงตลาดน้ำหัวหิน ต้องไม่ลืมแวะไปเติมความสนุกสนานและถ่ายรูปที่ฟาร์มด้านหลังของเรา มีน้องแกะขนฟูยืนเล็มหญ้าคอยต้อนรับคุณอยู่ บริเวณใกล้ๆยังมีกิจกรรมป้อนอาหารปลาคาร์ฟสีสวยด้วยขวดนม เรียกเสียงหัวเราะจากเด็กๆได้ตลอดวัน และคุณสามารถพายเรือ ชมความงามของอาคารอันสวยงามสุดคลาสสิค ลอดสะพานชื่อมงคลที่เชื่อว่าจะช่วยเสริมโชค เสริมชัยให้แก่ชีวิต และยังมีจักรยานน้ำไว้คอยให้บริการสำหรับอีกท่านมากมาย และหลังจายเที่ยวเหนื่อยแล้วก็ได้เวลาหา บ้านพักหัวหิน เพื่อพักเหนื่อยและผ่อนคลายค่ะ 

1